ตดเหม็นเกิดจากอะไร? ทำไมบางครั้งตดไม่มีกลิ่น ไม่ใช่เพราะแก๊สในลำไส้อย่างเดียว

ทำไมบางครั้ง “ตดเหม็น” แต่บางครั้งไม่มีกลิ่น? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ปริมาณแก๊สอย่างเดียว
ทุกคนมีแก๊สในลำไส้และผายลมเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมบางครั้งตดแทบไม่มีกลิ่น ขณะที่บางครั้งกลับมีกลิ่นแรงจนคนรอบข้างรู้ทันที ทั้งที่เป็นคนคนเดียวกันและเกิดขึ้นในวันเดียวกันได้ด้วย
คำตอบคือ กลิ่นของตดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีแก๊สมากหรือน้อยเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของก๊าซที่เกิดขึ้น รวมถึงอาหารที่กิน แบคทีเรียในลำไส้ และกระบวนการย่อยอาหารในช่วงนั้น
จริงๆ แล้ว “ตด” ประกอบด้วยอะไร?
แก๊สส่วนใหญ่ในลำไส้ประกอบด้วยก๊าซที่แทบไม่มีกลิ่น เช่น ไนโตรเจน ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และมีเทน ก๊าซเหล่านี้เกิดจากอากาศที่เรากลืนเข้าไปและจากกระบวนการหมักอาหารของแบคทีเรียในลำไส้
เพราะก๊าซส่วนใหญ่ไม่มีกลิ่น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราสามารถผายลมได้โดยแทบไม่มีกลิ่นเลยในบางครั้ง แต่หากมีสารประกอบกำมะถันปะปนออกมาด้วย แม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย กลิ่นก็สามารถแรงขึ้นอย่างชัดเจน
ตัวการสำคัญที่ทำให้ “ตดเหม็น” คือสารประกอบกำมะถัน
กลิ่นเหม็นที่หลายคนคุ้นเคยส่วนใหญ่เกิดจากสารประกอบที่มีกำมะถัน เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งมีกลิ่นคล้ายไข่เน่า รวมถึงสารประกอบกำมะถันชนิดอื่นที่แบคทีเรียในลำไส้สร้างขึ้นระหว่างการย่อยอาหาร
สารเหล่านี้มีอยู่ในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับก๊าซทั้งหมด แต่จมูกของมนุษย์ไวต่อกลิ่นประเภทนี้มาก จึงทำให้ตดที่มีปริมาณแก๊สไม่มากก็สามารถมีกลิ่นแรงได้
กินอะไร ก็มีส่วนทำให้กลิ่นตดเปลี่ยน
อาหารบางชนิดมีสารประกอบกำมะถันหรือมีโปรตีนสูง เมื่อถูกแบคทีเรียในลำไส้ย่อย อาจทำให้เกิดก๊าซที่มีกลิ่นแรงขึ้น ตัวอย่างเช่น ไข่ เนื้อสัตว์ นม รวมถึงผักบางชนิดอย่างบรอกโคลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก และหัวหอม
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอาหารเหล่านี้เป็นอาหารไม่ดี เพราะหลายชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพียงแต่ในบางคนอาจทำให้กลิ่นแก๊สแรงขึ้นชั่วคราวตามองค์ประกอบของอาหารและแบคทีเรียในลำไส้ของแต่ละคน
ทำไมกินถั่วแล้วตดเยอะ แต่ไม่ได้เหม็นทุกครั้ง?
อาหารอย่างถั่ว ธัญพืช และผักบางชนิดมีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายย่อยได้ไม่หมด เมื่อเดินทางถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียจะช่วยย่อยต่อและผลิตก๊าซจำนวนมากขึ้น จึงทำให้บางคนรู้สึกท้องอืดหรือผายลมบ่อยขึ้น
แต่การ “ตดเยอะ” ไม่ได้แปลว่าจะ “ตดเหม็น” เสมอไป เพราะก๊าซที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นไฮโดรเจน คาร์บอนไดออกไซด์ หรือมีเทน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีกลิ่น ต่างจากสารประกอบกำมะถันที่แม้มีเพียงเล็กน้อยก็สร้างกลิ่นได้ชัดเจน

แบคทีเรียในลำไส้ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
อีกเหตุผลสำคัญคือ จุลินทรีย์ในลำไส้ของแต่ละคนแตกต่างกัน แม้จะกินอาหารชนิดเดียวกัน ปริมาณและชนิดของก๊าซที่เกิดขึ้นก็อาจไม่เหมือนกัน
บางคนมีแบคทีเรียที่ผลิตก๊าซหรือสารประกอบกำมะถันมากกว่า ขณะที่บางคนอาจผลิตน้อยกว่า จึงทำให้กลิ่นตดของแต่ละคนแตกต่างกัน และแม้แต่ในคนคนเดียวกันก็เปลี่ยนไปได้ตามอาหาร สุขภาพลำไส้ และพฤติกรรมการกินในแต่ละวัน
กินเร็ว เคี้ยวหมากฝรั่ง ดื่มน้ำอัดลม อาจทำให้ตดมากขึ้น
การกลืนอากาศเข้าไปมากก็สามารถเพิ่มปริมาณแก๊สในทางเดินอาหารได้ เช่น กินอาหารเร็ว ดื่มน้ำอัดลม เคี้ยวหมากฝรั่ง หรือใช้หลอดดูดน้ำบ่อยๆ
แก๊สจากอากาศที่กลืนเข้าไปส่วนใหญ่ไม่มีกลิ่น ดังนั้นบางคนอาจผายลมบ่อยขึ้น แต่แทบไม่มีกลิ่น ต่างจากแก๊สที่เกิดจากการหมักอาหารในลำไส้ ซึ่งมีโอกาสสร้างสารที่มีกลิ่นได้มากกว่า
ตดเหม็นมาก แปลว่าลำไส้มีปัญหาหรือไม่?
โดยทั่วไป การที่ตดมีกลิ่นแรงเป็นครั้งคราวถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารบางชนิด และไม่ได้หมายความว่าร่างกายกำลังมีโรคร้ายแรงเสมอไป
แต่หากกลิ่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนและเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียหรือท้องผูกผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเลือดปนในอุจจาระ หรือท้องอืดมากเป็นเวลานาน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม
สรุป ทำไมบางทีตดเหม็น บางทีไม่มีกลิ่น?
สาเหตุหลักคือ องค์ประกอบของก๊าซในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน หากเป็นก๊าซอย่างไนโตรเจน ไฮโดรเจน หรือคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนใหญ่ ก็อาจแทบไม่มีกลิ่น แต่หากมีสารประกอบกำมะถันจากการย่อยอาหารปะปน แม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้กลิ่นแรงขึ้นได้
ดังนั้น “ความเหม็น” ของตดจึงไม่ได้บอกว่ามีแก๊สมากกว่าเสมอไป แต่สะท้อนว่าในขณะนั้นแบคทีเรียในลำไส้กำลังย่อยอะไร และสร้างก๊าซชนิดไหนออกมานั่นเอง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



